header-psur-w260
facebook  youtube  eng version  eng version

     สถาณการณ์ฝุ่นควันในกรุงเทพสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-18 กุมภาพันธ์ 2561) ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์และสูงสุดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 51-84 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ในทุกสถานีตรวจวัด 

 smog4-1.jpg

     และได้ค่อย ๆ ลดปริมาณความเข้นข้นของฝุ่นลงในช่วงปลายสัปดาห์ 

smog4-2.jpg

       เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ (48 ชั่วโมง) มีจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในประเทศกัมพูชา จนถูกยกระดับเป็นมลพิษอากาศระดับปานกลางที่เกิดขึ้นจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง (Moderate Haze) จุดความร้อนซึ่งแสดงถึงไฟที่เกิดขี้นจากการเผาในที่โล่งและไฟป่า เส้นสีดำแสดงถึงการเคลื่อนที่ของมวลอากาศจากพื้นที่มีจุดความร้อนหนาแน่นมายังกรุงเทพมหานคร มวลอากาศได้เคลื่อนตัวจากทางทิศตะวันออกผ่านพื้นที่ที่มีการเผาในที่โล่ง และผ่านพื้นที่ภาคตะวันออกที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยกระดับมลพิษอากาศในกรุงเทพเพิ่มสูงขึ้น

smog4-3.jpg

     กรุงเทพมหานครจึงน่าจะมีแหล่งกำเนิดที่หลากหลาย (การจราจร อุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง) รวมไปถึงฝุ่นควันข้ามแดนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับสภาพอากาศในฤดูแล้ง ที่อากาศสงบ ทำให้ระดับฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนเกินค่ามาตรฐานสัปดาห์ที่ผ่านมา

 smog4-4.jpg

     แต่อย่างไรก็ตามจากภาพจะเห็นได้ว่ายังคงมีจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่มวลอากาศได้เคลื่อนที่จากอ่าวไทยเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ทำให้อากาศจากอ่าวไทยที่สะอาดกว่าเข้ามาเจือจางลดปริมาณมลพิษในกรุงเทพมหานครในช่วงวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ ทำให้ระดับมลพิษอากาศลดลงมาต่ำกว่าค่ามาตรฐานของระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)

 

     คำแนะนำสำหรับประชาชนในกรุงเทพมหานคร

     ประชาชนในกรุงเทพมหานครควรงดออกกำลังกายในที่แจ้ง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องออกจากอาคาร ควรใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งจะเป็นการช่วยได้ในระดับหนึ่ง และประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด) และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์

 

ขอบคุณที่มา
กรมควบคุมมลพิษ ค่าระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)