header-psur-w260
facebook   youtube   eng version

รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์
สถาบันวิจัยความเป็นเลิศยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์
E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 PP-KorBoon-1.jpg

     ตำรับยาสมุนไพรจากสารสกัดใบทองพันชั่งได้บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึงฉบับปัจจุบัน (พ.ศ. 2559) ในรูปแบบ “ยาทิงเจอร์ทองพันชั่ง” โดยมีสรรพคุณใช้ทารักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา กลากเกลื้อน และ น้ำกัดเท้า อย่างไรก็ตาม ตำรับยาทิงเจอร์ทองพันชั่งในบัญชียาหลักแห่งชาติยังไม่มีการกำหนดชนิดและปริมาณสารสำคัญในการออกฤทธิ์รักษาที่แน่นอน ระบุไว้แต่เพียงว่า “ตัวยาสำคัญในยาทิงเจอร์ทองพันชั่งประกอบด้วยสารสกัดเอทิลแอลกอฮอล์จากใบทองพันชั่งสดร้อยละ 10 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร” เท่านั้น ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้บ่งบอกถึงปริมาณตัวยาสำคัญที่ออกฤทธิ์ในการรักษาโรคนี้ คือ ไรนาแคนธิน-ซี (rhinacanthin-C) และสารสำคัญดังกล่าวอาจมีปริมาณแปรปรวนได้ในแต่ละครั้งที่ผลิตยา เนื่องจากมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่อปริมาณสารสำคัญในใบทองพันชั่ง เช่น สถานที่เพาะปลูก อายุ ฤดูการเก็บเกี่ยว และกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว เป็นต้น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพของยาทิงเจอร์ทองพันชั่งที่ผลิตขึ้นในแต่ละครั้ง (batch) ดังนั้น การที่ยังไม่มีการกำหนดชนิดและปริมาณตัวยาสำคัญในตำรับยาจากสารสกัดใบทองพันชั่ง จึงยังเป็นจุดอ่อนในการผลิตยาที่ต้องได้รับการพัฒนา เพื่อให้ได้ยาที่มีตัวยาสำคัญเพียงพอต่อการรักษาและเท่ากันทุกครั้งที่ผลิตยา นอกจากนี้ยาในรูปแบบทิงเจอร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงยังก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณที่ทา โดยเฉพาะในบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนหรือบริเวณที่มีแผลเปิด และเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งจึงทำให้อาการคันเพิ่มขึ้น ผู้ที่ใช้ยาจึงไม่ยอมรับในการใช้ยานี้ในครั้งต่อไป จึงต้องมีการพัฒนาตำรับยาเพื่อลดปริมาณแอลกอฮอล์และเพิ่มสารที่ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นในตำรับ เพื่อลดการระคายเคืองผิวหนัง

PP-KorBoon-2.jpg

     ทีมนักวิจัยจึงได้พัฒนากรรมวิธีการเตรียมสารสกัดใบทองพันชั่ง ด้วยการใช้ตัวทำละลายและวิธีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Extraction) โดยเตรียมสารสกัดจากใบทองพันชั่งด้วยตัวทำละลายที่มีอยู่ในตำรับยาน้ำอยู่แล้ว และใช้วิธีการสกัดด้วยคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งในปัจจุบันเป็นวิธีการสกัดสารที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถประหยัดเวลาและพลังงาน และให้สารสกัดจากสมุนไพรที่มีคุณภาพดี รวมถึงลดขั้นตอนในการเตรียมสารสกัด สามารถนำสารสกัดมาใช้เตรียมเป็นผลิตภัณฑ์ได้โดยที่ไม่ต้องระเหยตัวทำละลายออกจากสารสกัด ทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตยา และพัฒนาสูตรตำรับโดยกำหนดปริมาณตัวยาสำคัญไรนาแคนธิน-ซีในตำรับยาให้เพียงพอต่อประสิทธิภาพในการรักษาโรค และที่สำคัญคือสามารถควบคุมปริมาณของไรนาแคนธิน-ซีในสารสกัดที่เตรียมได้ในแต่ละครั้ง โดยการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ลิควิดโครมาโตกราฟี (high performance liquid chromatography, HPLC) ทำให้สามารถกำหนดปริมาณที่แน่นอนของสารออกฤทธิ์ไรนาแคนธิน-ซีในสูตรตำรับได้ เพื่อให้ได้ตำรับที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรสู่มาตรฐานระดับสากล

     ดังนั้นงานวิจัยนี้ได้ก่อให้เกิด กรรมวิธีการเตรียมสารสกัดใบทองพันชั่งที่มีไรนาแคนธิน-ซี และแชมพูสารสกัดใบทองพันชั่ง เพื่อใช้ในผู้ที่เป็นเชื้อราบนหนังศีรษะหรือบนลำตัว

 

PP-021017-1.jpg

นักวิจัย รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์

สถาบันวิจัยความเป็นเลิศยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม

คณะเภสัชศาสตร์

 

 

     เอกสารอ้างอิง

     1. Panichayupakaranant, P., Charoonratana, T. and Sirikatitham, A. RP-HPLC analysis of rhinacanthins in Rhinacanthus nasutus: validation and application to preparation of rhinacanthin high-yielding extract. Journal of Chromatographic 47: 705-708, 2009.

     2. Tewtrakul, S., Tansakul, P. and Panichayupakaranant, P. Anti-allergic principles of Rhinacanthus nasutus leaves. Phytomedicine 16: 929–934, 2009.

     3. Tewtrakul, S., Tansakul, P. and Panichayupakaranant, P. Effects of rhinacanthins from Rhinacanthus nasutus on nitricoxide, prostaglandin E2 and tumor necrosis factor-alpha releases using RAW264.7 macrophage cells. Phytomedicine 16: 581–585, 2009.

     4. Puttarak, P., Charoonratana, T. and Panichayupakarananta, P. Antimicrobial activity and stability of rhinacanthins-rich Rhinacanthus nasutus extract. Phytomedicine 17: 323-327, 2010.