header-psur-w260
facebook   youtube   eng version

รายงานสภาวการณ์ปัญหาหมอกควัน

โดย

รศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ รองอธิการบดีฝ่ายระบบวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ฐิติวร ชูสง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดร.วรดร ไผ่เรือง คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นางสาวภัทราภรณ์ แซ่เตี้ยว คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นางสาวกุลจิรา ทองบุญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รศ.ดร.พานิช อินต๊ะ  วิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

ดร.จิราพร ช่อมณี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

นางสาวนบชนนี นิ่ม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ


facebook

     สถาณการณ์ฝุ่นควันในกรุงเทพสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-18 กุมภาพันธ์ 2561) ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์และสูงสุดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 51-84 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ในทุกสถานีตรวจวัด 

แหล่งกำเนิดมลพิษอากาศในกรุงเทพมหานคร

            ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ได้เกินค่ามาตรฐานในทุกจุดตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร เเละยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index) สูงถึง 199 โดยมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประมาณ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศน์เมตร (ค่ามาตรฐานคือ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศน์เมตร)

     วันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานครได้พุ่งสูงขึ้นจนเกินค่ามาตรฐานในทุกจุดตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ประกาศใช้ของประเทศไทยอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม.

     เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ เป็นช่วงหยุดสุดสัปดาห์ที่ปริมาณยานพาหนะในกรุงเทพ ฯ ไม่หนาแน่นเท่าช่วงวันทำการจันทร์ถึงศุกร์ จึงคาดการณ์ว่ามีการพัดมาฝุ่นละอองจากต่างพื้นที่เข้ามาในกรุงเทพมหานคร ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้นจนเกินค่ามาตรฐาน

     จากข่าวที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานค่อนข้างสูงในเขตกรุงเทพมหานคร ช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้ เช่น การเคหะชุมชนดินแดง มีค่า 152 ไมโครกรัม/ลูกบาศ์กเมตร (มคก./ลบ.ม.) กรมประชาสัมพันธ์ มีค่า 196 มคก./ลบ.ม. ซึ่งค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ประกาศใช้ของประเทศไทยอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม.

     การที่มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองจะส่งผลรุ่นแรงต่อประชาชนขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 2 ประการคือ

       1. แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ

       2. สภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศของบริเวณนั้น

           จากสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ที่เข้าสู่สภาวะวิกฤติครั้งใหญ่เมื่อปี 2558 ในช่วงวันที่ 20-22 ตุลาคม 2558 นั้น เมื่อวานนี้ ( 19 กรกฎาคม 2560) สภาพท้องฟ้ามีลักษณะขมุกขมัวทั่วทั้งพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบว่าค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ยรายชั่วโมงในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 สูงถึง 142.34 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เนื่องจาการเพิ่มขึ้นของจำนวนจุดการเผาไหม้ (hot spot) บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง พบว่ามีจำนวนจุดการเผาไหม้ เพิ่มจาก 8 จุด เป็น 30 จุด สำหรับวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 และ 19 กรกฎาคม 2560 ประกอบกับ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจะพัดพากลุ่มหมอกควันจากเกาะสุมาตรามายังทางตอนใต้ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่นละอองในอากาศยังไม่เกินมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึง จำนวนจุดการเผาไหม้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง โดยปริมาณน้ำฝนอาจช่วยลดหมอกควันได้บางส่วนแต่ด้วยปริมาณฝนที่น้อย ประกอบกับกระแสลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ดังนั้นพื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์หมอกควันอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 วันนี้