header-psur-w260
facebook   youtube   eng version

รายงานสภาวการณ์ปัญหาหมอกควันในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และบริเวณใกล้เคียง

โดย รศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล  ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และรองอธิการบดีฝ่ายระบบวิจัยและบัณฑิตศึกษา
น.ส. ภัทราภรณ์ แซ่เตี้ยว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดร.จิราพร ช่อมณี สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

facebook

           จากสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ที่เข้าสู่สภาวะวิกฤติครั้งใหญ่เมื่อปี 2558 ในช่วงวันที่ 20-22 ตุลาคม 2558 นั้น เมื่อวานนี้ ( 19 กรกฎาคม 2560) สภาพท้องฟ้ามีลักษณะขมุกขมัวทั่วทั้งพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบว่าค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ยรายชั่วโมงในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 สูงถึง 142.34 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เนื่องจาการเพิ่มขึ้นของจำนวนจุดการเผาไหม้ (hot spot) บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง พบว่ามีจำนวนจุดการเผาไหม้ เพิ่มจาก 8 จุด เป็น 30 จุด สำหรับวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 และ 19 กรกฎาคม 2560 ประกอบกับ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจะพัดพากลุ่มหมอกควันจากเกาะสุมาตรามายังทางตอนใต้ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่นละอองในอากาศยังไม่เกินมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึง จำนวนจุดการเผาไหม้ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง โดยปริมาณน้ำฝนอาจช่วยลดหมอกควันได้บางส่วนแต่ด้วยปริมาณฝนที่น้อย ประกอบกับกระแสลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ดังนั้นพื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์หมอกควันอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 วันนี้

รายงานสภาวการณ์ปัญหาหมอกควันในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และภาคใต้
ฉบับที่ 30/2558 (22 ตุลาคม 2558)

          ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในวันที่ 21 ตุลาคม 2558 ใน อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 350.01 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในขั้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว นอกจากนี้ใน จังหวัดยะลา มีค่าความเข้มข้น PM10 เกินมาตรฐานเท่ากับ 162.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ทิศทางลมใน 1–2 วันข้างหน้ายังคงเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะพัดพาหมอกควันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจุดการเผาไหม้ในวันที่ 21 ตุลาคม 2558 จะลดลงเหลือเพียง 35 จุด แต่หมอกควันเก่าก็จะยังคงมีอยู่ร่วมกับหมอกควันที่เกิดขึ้นใหม่ และเมื่อพิจารณาจากพยากรณ์อากาศพบว่าภาคใต้จะมีปริมาณฝนกระจายเพียงบางพื้นที่ในเวลาสั้น ๆ ซึ่งอาจจะช่วยชะล้างหมอกควันได้เพียงบางส่วน ดังนั้นภาคใต้ตอนล่างจะยังคงมีหมอกควันหนาแน่นในระยะ 1 – 2 วันนี้

รายงานสภาวการณ์ปัญหาหมอกควันในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และภาคใต้
ฉบับที่ 29/2558 (21 ตุลาคม 2558)

        สถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ตอนล่างยังอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดยะลา ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2558 สูงถึง 147.10 และ 123.88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จำนวนจุดการเผาไหม้ในวันที่ 20 ตุลาคม 2558 มีมากถึง 394 จุด ทิศทางลมใน 1–2 วันข้างหน้าพบว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดพาหมอกควันเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีปริมาณฝนกระจายบนเส้นทางการเคลื่อนที่ของกลุ่มหมอกควันซึ่งอาจช่วยชะล้างหมอกควันได้บ้าง แต่ในภาคใต้ตอนล่างของไทยจะมีปริมาณฝนตกน้อย จะทำให้ปริมาณหมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังคงหนาแน่นต่อไปอีก 1–2 วันนี้

รายงานสภาวการณ์ปัญหาหมอกควันในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และภาคใต้
ฉบับที่ 28/2558 (20 ตุลาคม 2558)

ปริมาณฝุ่นละอองในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง
มีปริมาณสูงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่เย็นวานนี้ (19 ตุลาคม 2558) เนื่องจากยังมีการเผาไหม้ในเกาะสุมาตราและเกิดลมเปลี่ยนทิศพัดกลับเข้ามาในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย

          แม้ว่าสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ได้คลี่คลายลงตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2558 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูมรสุมจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มาเป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งอยู่ในทิศใต้ลมเมื่อเทียบกับแหล่งกำเนิดควันจากไฟป่าบนเกาะสุมาตราได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกลุ่มหมอกควันในช่วงเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  ซึ่งหลังจากวันที่ 12 ตุลาคม 2558 เป็นต้นมา ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อ่อนกำลังลงและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเข้ามาแทนที่ ประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในทิศเหนือลมเมื่อเทียบกับแหล่งกำเนิดควันจึงไม่ได้รับผลกระทบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในเมื่อวานนี้ (19 ตุลาคม 2558) พบว่าลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือได้อ่อนกำลังลง ทำให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาหมอกควันที่เกิดขึ้นจากจุดการเผาไหม้ Hotspots ที่สูงถึง 225 และ 158 จุด ในวันที่ 17-18 ตุลาคม 2558 เข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทยอีกครั้ง ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง มีปริมาณสูงขึ้น โดยที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดยะลามีค่า PM10 เฉลี่ยสูงสุดรายชั่วโมงเท่ากับ 135.83 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (เมื่อเวลา 19:00 น.) และ 130.41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (เมื่อเวลา 19:00 น.) ตามลำดับ

รายงานสภาวการณ์ปัญหาหมอกควันในเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และภาคใต้
ฉบับที่ 27/2558 (10 ตุลาคม 2558)

          สถานการณ์หมอกควันเมื่อวานนี้ (วันที่ 9 ตุลาคม 2558) พบว่าได้คลี่คลายลงในหลายจังหวัด แม้ว่าจำนวนจุดการเผาไฟในวันที่ 8 ตุลาคม 2558 สูงขึ้นถึง 141 จุด รวมทั้งทิศทางลมอาจจะส่งผลให้ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับผลกระทบ แต่ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณฝนที่ตก ทั้งบริเวณแหล่งกำเนิดหมอกควัน และเส้นทางพัดผ่านของหมอกควัน รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยที่อาจจะได้รับผลกระทบนั้นมีฝนตกในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองในบริเวณพื้นที่ภาคใต้จึงลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะจังหวัด ภูเก็ต นราธิวาส และยะลา มีค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเหลือเพียง 22.55, 57.66 และ 30.78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ ส่วนในจังหวัดสุราษฏร์ธานี และสงขลา พบว่ามีปริมาณลดลง แต่ยังคงสูงกว่าสภาวะปกติเล็กน้อย โดยมีค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเท่ากับ 68.13 และ 70.33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตามลำดับ