header-psur-w260
facebook   youtube   eng version

sounthern40-1.png

     วันนี้ (14 ธ.ค. 2561) เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุมเกษม ลิ่มวงศ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คณะผู้บริหาร อาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเครือข่ายสถาบันการศึกษาภาคใต้ ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมต้อนรับ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในโอกาสเยี่ยมชมและติดตามความก้าวหน้างานวิจัยภายใต้การสนับสนุน Innovation Hub และ Big Rock ปี 2560 กิจกรรมภายในงานมีการบรรยาย "BCG สู่การพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน" หนึ่งในโครงการ "BCG in action @ Southern of Thailand : ด้ามขวาน 4.0" การเสวนาในประเด็นการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการจัดนิทรรศการแสดงผลงานจากหลาย ๆหน่วยงาน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากนั้นท่านรัฐมนตรี ฯ ยังได้ชี้แจงถึงโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมรับฟังข้อเสนอเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

     จากการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ของประชาคมวิจัย ทั้งภาครัฐเอกชน และมหาวิทยาลัย รวม 500 คน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยการนำของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ที่ได้นำเสนอและมอบสมุดปกขาว “BCG in Action : การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy)” เพื่อให้ข้อมูลว่า BCG Model เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการนำองค์ความรู้มาต่อยอดฐานความเข้มแข็งภายในของประเทศไทย คือ ความหลากหลายทางชีวภาพและผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมกับปรับเปลี่ยนระบบการผลิตไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อรักษาความมั่นคงทางวัตถุดิบ ความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้โมเดลดังกล่าว ยังเป็นการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งแนวคิดนี้ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติอย่างน้อย 5 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งยังสอดรับกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินการดังกล่าวบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บีซีจี ที่ครอบคลุม 4 เป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร พลังงานและเคมีชีวภาพ การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยว โดยมีเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ต้องถูกนำไปใช้กับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจะเน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าใน 3 เรื่อง คือ การใช้งานผลิตภัณฑ์เต็มวงจร การแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ สุดท้ายคือการออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด ทั้งนี้ เมื่อเกิดการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเศรษฐกิจสีเขียวที่สมบูรณ์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมไว้ได้อย่างยั่งยืน

     ด้าน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “ข้อเสนอ BCG in Action ที่ประชาคมวิจัยร่วมกันจัดทำมานี้ จะส่งเสริมการนำ วทน. ไปยกระดับผลิตภาพของผู้ผลิตส่วนฐานของปิระมิด คือ ผู้ประกอบการในระบบการผลิตเดิมซึ่งใช้เทคโนโลยีไม่สูง แต่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากและเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศทั้งระบบให้สูงขึ้น ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนและนวัตกรรมการจัดการที่จะนำไปสู่การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมผู้ประกอบการส่วนยอดปิระมิด ที่มีความพร้อมผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสูง มีกำลังลงทุนในเทคโนโลยี พร้อมรับความเสี่ยง แม้มีจำนวนน้อยแต่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง และจะเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมสูงขึ้นหรือเป็นผู้สร้างนวัตกรรม มุ่งเป้าสู่การเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม แทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตเกษตร 3 - 5 เท่า รวมถึงจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจชีวภาพจากมูลค่า 3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21 ของ จีดีพี ในปี 2559 และเพิ่มเป็น 4.3 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 25 ของจีดีพีในปี 2566”

     สำหรับ BCG คือโมเดลเศรษฐกิจใหม่ มาจาก Bioeconomy (เศรษฐกิจชีวภาพ) Circular economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ Green economy (เศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่งรัฐบาลมุ่งมั่นจะนำแนวคิดเศรษฐกิจ ทั้ง 3 มาหลอมรวมเพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้หลักคิด 3 ประการ สอดรับกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และ เศรษฐกิจ BCG จะช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างถ้วนหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และ เศรษฐกิจ BCG เป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG ขององค์การสหประชาชาติ ที่ต้องการร่วมกันพัฒนาความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติและดูแลโลกของเราในทุกมิติ

เทปบันทึกภาพกิจกรรม CLICK

 

ภาพกิจกรรม

  • sounthern40-10
  • sounthern40-2
  • sounthern40-3
  • sounthern40-4
  • sounthern40-5
  • sounthern40-6
  • sounthern40-7
  • sounthern40-8
  • sounthern40-9

Simple Image Gallery Extended

ข่าว : กรกมล ขุนเพชร

นักประชาสัมพันธ์ สำนักวิจัยและพัฒนา ม.สงขลานครินทร์