header-psur-w260
facebook   youtube   eng version

 MOU120918 6e

    โดยทีมวิจัยในโครงการ “ชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม : ผลิตเอง ใช้เอง เพิ่มคุณค่าจากยางพารา สำหรับการดูผู้ป่วยที่มีทวารเทียม” นำโดย ผศ.นายแพทย์วรวิทย์  วาณิชย์สุวรรณ ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก  ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.เอภวิภู กาลกรณ์สุรปราณี รอง ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา พว.จันทร์ฉาย แซ่ตั้ง หัวหน้าฝ่ายบริการพยาบาล พร้อมด้วย รศ.ดร.ธีระพล ศรีชนะ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุนทุนวิจัย และนายนันทวัฒน์ พร้อมภูมิ หัวหน้าศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สถาบันพลาสติก มีผู้เข้าร่วมทั้งตัวแทนจากโรงพยาบาลต่าง ๆ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. กลุ่มผู้ป่วยที่มีทวารเทียม และสื่อมวลชน ดำเนินรายการโดยคุณวิชาญ ช่วยชูใจ จากสถานีวิทยุ อสมท. โดยวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็เพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรสาธารณสุขและผู้ป่วยในเรื่องของการดูแลทวารเทียมและการใช้ชุดอุปกรณ์  และเพื่อส่งมอบชุดอุปกรณ์รองรับถุงทวารเทียมให้กับผู้ป่วย ซึ่งหลังจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ จะทำการมอบชุดอุปกรณ์รองรับถุงทวารเทียมให้กับผู้ป่วยอีก 4 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี ,โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต, โรงพยาบาลตรัง,โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป

MOU120918 1e MOU120918 2e MOU120918 3e

     เริ่มต้นที่การกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชน โดย รศ.พญ.มณฑิรา ตัณฑนุช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ต่อด้วยการร่วมแถลงข่าว งาน  THAI Colostomy Bags ชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม “จากคนไทย สู่คนไทย” ซึ่งสาระสำคัญว่าด้วยเรื่องการให้ความรู้ และรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงที่มาของการจัดทำอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ที่มีการตัดลำไส้ทิ้งเนื่องจากภาวะการเป็นมะเร็งลำไส้ ทำให้ไม่สามารถขับถ่ายทางทวารหนักตามปกติได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้ชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียมมากขึ้น ดังนั้นคณะแพทยศาสตร์ จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ โดยนำเอาผลผลิตของยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้มาประยุกต์ใช้ จนเป็นผลสำเร็จ สามารถลดต้นทุนในการสั่งซื้อชุดทวารเทียมจากต่างประเทศ  ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง แต่ยังคงคุณภาพและประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐานและเทียบเท่าชุดอุปกรณ์ทวารเทียมจากต่างประเทศ รวมทั้งการมอบถุงทวารเทียมให้กับโรงพยาบาล

     ปัจจุบันชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากถวายเทียมมีอยู่หลากหลายชนิด / ชื่อทางการค้า โดยต่างนำเสนอรูปแบบตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายราคามีความแตกต่างกันตามชนิดและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ประกอบกับประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตอุปกรณ์ชนิดนี้ได้เองในเชิงอุตสาหกรรม ราคาแพง เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้า และภาครัฐต้องเสียงบประมาณสูง มีโรงพยาบาลหลายแห่งดัดแปลงอุปกรณ์ใช้แทนถุงทวารเทียม ประสบปัญหาระหว่างการใช้และมีภาวะแทรกซ้อน เช่น  ระคายเคือง แป้นรั่วซึม หลุดง่ายและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์

MOU120918 4e MOU120918 5e MOU120918 7e

     จากการศึกษาของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (2556-2558) สถิติการใช้แป้นและถุงทวารเทียมจากต่างประเทศ 2 ยี่ห้อบริษัท พบว่าราคาแผ่นติดผิวหนังรอบทวารเทียมจัดเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่มีราคาแพงแผ่นละ 122-188 บาท ตามขนาดและชื่อของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจำกัดปริมาณการสั่งซื้อโดยซื้อได้เดือนละ 5 แผ่น/คน ผู้ป่วยหรือญาติจำเป็นต้องเดินทางมาติดต่อซื้อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์บ่อยครั้ง และมีจำหน่ายเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆ บางแห่งเท่านั้น หากคิดค่าใช้จ่ายในการใช้แผ่นติดผิวหนังรอบทวารเทียมของต่างประเทศสำหรับผู้ป่วย จำนวนการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในแต่ละปี โดยปี 2556 27,870 ชิ้นต่อปี ในปี 2557  30,256 ชิ้นต่อปี และในปี 2558 32,151 ชิ้นต่อปี  เฉลี่ย 30,090 ชิ้นต่อปี  คิดเป็นค่าใช้จ่ายปี 2556  3,081,457  บาทต่อปี ในปี 2557  3,409,446 บาทต่อปี ในปี 2558  3,614,739 บาทต่อปี เฉลี่ย 3,368,547.33 บาทต่อปี  ข้อมูลข้างต้นเฉพาะโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากนับรวมถึงโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทุกแห่งในประเทศไทยจะมีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย ในการซื้อวัสดุดังกล่าวจากบริษัทต่างประเทศ เนื่องจากราคาสูงจึงไม่ได้มีการนำมาจำหน่ายให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างจังหวัดทั่วไป เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการบริการระหว่างผู้ป่วยในเขตเมืองใหญ่และต่างจังหวัด หรือบางรายต้องใช้ตลอดชีวิต  สิทธิ์การรักษาไม่สามารถเบิกได้ หรือมีเศรษฐานะเป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส อาจมีปัญหาในการดูแลทวารเทียม เนื่องจากผู้มีเศรษฐานะดีจะสามารถเข้าถึงวัสดุดังกล่าวที่มีราคาสูงได้ดีกว่า ซึ่งการมีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับทวารเทียมที่มีประสิทธิภาพจะส่งผลต่อความสามารถในการปรับตัวทางสังคมที่ดีขึ้น ตลอดจนอาจมีภาวะเครียดและกังวลจากข้อจำกัดในปริมาณการซื้อ รวมทั้งความไม่สะดวกในการเดินทางปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตยางพาราเป็นอันดับต้นของโลก ประกอบกับนโยบายภาครัฐ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการผลักดันให้ไทยในฐานะผลิตยางพารารายใหญ่สามารถใช้วัสดุประเภทยางในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์หลากหลายชนิด เพื่อลดการนำเข้าอันเป็นการสูญเสียงบประมาณ รายจ่ายเกินความจำเป็นและกลับสามารถสร้าง ประโยชน์สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ

MOU120918 8e MOU120918 9e MOU120918 10e

     ประเด็นสำคัญในการนำยางมาสังเคราะห์ผลิตอุปกรณ์ คือ การแพ้ยางโดยเฉพาะบริเวณรอบ ๆทวารเทียม มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ผู้วิจัยจึงพยายามสกัดโปรตีนจากน้ำยาง เป็นชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียมด้วยยางพาราชนิดสกัดโปรตีน ด้วยเหตุนี้จึงได้มีผู้ที่พยายามคิดค้นผลิตและดัดแปลงในรูปแบบอื่น ๆ และวัสดุอื่นที่มีราคาถูก เป็นวัตถุดิบหรือทรัพยากรที่สามารถหาได้ง่าย ย่อยสลายได้ง่าย มีคุณภาพที่ดี เพื่อให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน การพัฒนาชุดแผ่นติดผิวหนังรอบทวารเทียมโดยใช้ยางมาสังเคราะห์ให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งสามารถนำมาใช้แทนแผ่นติดผิวหนังรอบทวารเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ  ออกแบบและผลิตถุงรองรับอุจจาระจากทวารเทียมขึ้นเพื่อใช้กับแผ่นติดผิวหนังที่พัฒนา มีประโยชน์ดีกว่าของเดิมคือ ถุงรองรับทวารเทียมที่สามารถลดกลิ่น เก็บเสียงอันไม่พึงประสงค์  สามารถย่อยสลายได้และออกแบบผลิตอุปกรณ์ฝาครอบพลาสติกขนาดเส้นรอบวงตามขนาดของทวารเทียม ให้มีรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างจากผลิตภัณฑ์ต่างประเทศได้เพื่อลดปัญหาการจดลิขสิทธิ์ หากสามารถผลิตชุดอุปกรณ์เพื่อดูแลทวารเทียมใช้ได้เองภายในประเทศสามารถช่วยลดการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ ช่วยเหลือให้ผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์และโรงพยาบาลแห่งอื่นทั่วประเทศสามารถ เข้าถึงบริการได้โดยง่ายอย่างเท่าเทียมกันอันจะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของผู้มีทวารเทียมโดยรวมดีขึ้นและสามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์ให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ในอนาคตอีกด้วย อีกทั้งยังเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและมีความปลอดภัยสูงสุด

ภาพ/ข่าว : กรกมล ขุนเพชร

นักประชาสัมพันธ์สำนักวิจัย ฯ ม.สงขลานครินทร์